สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล นอร์เวย์

การทำหนังสือเดินทางไทย (หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์)

การทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องมีการเก็บข้อมูลชีวภาพ ได้แก่ ลายนิ้วมือ และภาพถ่ายของผู้ร้อง ดังนั้น ผู้ร้องจะต้องมาทำหนังสือเดินทางด้วยตนเองเท่านั้น โดยต้องสำรองคิวล่วงหน้า เนื่องจากมีผู้ร้องจำนวนมาก

(คลิ๊กที่นี่เพื่อจองเวลาทำหนังสือเดินทาง)

ค่าธรรมเนียม (เงินสดเท่านั้น)

–  300 โครนนอร์เวย์ (ค่าหนังสือเดินทาง 280 โครน + ค่ารับรองข้อมูลหนังสือเดินทางเล่มเดิมในหนังสือเดินทางเล่มใหม่ 20 โครน)
–  กรณีเด็กยื่นคำร้องทำหนังสือเดินทางเป็นเล่มแรกเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมทำหนังสือเดินทาง 280 โครนนอร์เวย์

ระยะเวลาในการดำเนินการ

– ประมาณ 4-6 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตเล่มที่ประเทศไทย)

หากท่านไม่สามารถเดินทางมารับเล่มด้วยตนเอง สถานเอกอัครราชทูตฯ สามารถจัดส่งให้ทางไปรษณีย์ได้ โดยขอให้เตรียมซองเปล่ากันกระแทกขนาด 27 x 20 เซนติเมตร จ่าหน้าซองถึงตนเองพร้อมติดแสตมป์ลงทะเบียนอย่างน้อย 180 โครนนอร์เวย์มาด้วย (ส่งภายในประเทศนอร์เวย์เท่านั้น) หากต้องการส่งออกนอกประเทศต้องเตรียมแสตมป์มาให้พร้อม

 


เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยื่นคำร้องขอหนังสือเดินทาง

สำหรับผู้ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว (อายุ 20 ปีขึ้นไป)

– บัตรประจำตัวประชาชนที่ยังมีอายุใช้การอยู่ พร้อมสำเนา 1 ชุด (หากบัตรหมดอายุหรือบัตรหายสามารถนัดหมายขอทำบัตรประชาชนจากสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้
– หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน (กรณีที่หนังสือเดินทางสูญหาย ต้องมีต้นฉบับใบแจ้งความจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ(ภาษาอังกฤษ)มาด้วย)
– ถ่ายสำเนาบัตรประชาชนพร้อมหนังสือเดินทางหน้าแรก ในหน้าเดียวกัน
– สำเนาทะเบียนบ้านไทย
– สำเนาใบเปลี่ยนชื่อและนามสกุล (หากมีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล)
– สำเนาทะเบียนสมรส/ทะเบียนหย่า (หากมีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล)
– เอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ (หากมีการเปลี่ยนแปลงจากหนังสือเดินทางเล่มเดิม) เช่น สำเนาทะเบียนสมรส สำเนาทะเบียนหย่า ใบเปลี่ยนชื่อ หรือนามสกุล เป็นต้น
– คำร้องนิติกรณ์เพื่อทำหนังสือเดินทาง

 


 สำหรับผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (อายุต่ำกว่า 20 ปี)

– สำเนาสูติบัตรไทย
– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนไทยของผู้เยาว์
– สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เยาว์และของบิดาและมารดา
– สำเนาทะเบียนสมรสของบิดาและมารดา
– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนไทย+หนังสือเดินทางไทยของบิดาและมารดา (กรณีบิดาหรือมารดาเป็นชาวต่างชาติให้ใช้สำเนาหนังสือเดินทาง)
– หนังสือเดินทางเล่มเก่า พร้อมถ่ายสำเนา
– สำเนาเอกสารแสดงอำนาจการปกครองบุตร (ปค.14) หรือสำเนาใบมรณะบัตร (ของบิดาหรือมารดาที่มิได้เดินทางมาด้วย) หรือสำเนาทะเบียนหย่าและบันทึกการหย่าที่มีการระบุอำนาจในการปกครองบุตร
– เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ หรือนามสกุล
– คำร้องนิติกรณ์เพื่อทำหนังสือเดินทาง

บิดาและมารดาของผู้เยาว์จะต้องมาลงนามให้ความยินยอมในการออกหนังสือเดินทางต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ หากบิดาและมารดาไม่สามารถมาลงนามให้ความยินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ได้ ให้ทำหนังสือมอบอำนาจและให้ความยินยอม โดยต้องไปลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ เขต อำเภอ หรือกองหนังสือเดินทาง กรมการกงสุลเท่านั้น เพื่อรับรองลายมือชื่อของบิดาและมารดา
ในกรณีที่บิดาและมารดาอยู่ที่ประเทศไทย ทั้งบิดาและมารดาต้องทำหนังสือให้ความยินยอม ให้บุตรทำหนังสือเดินทางผ่านกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (กทม.) หรือผ่านที่ว่าการอำเภอ (ต่างจังหวัด)
กรณีที่บิดาและมารดาจดทะเบียนหย่าแล้ว ให้ฝ่ายที่มีอำนาจปกครองบุตรเป็นผู้ลงนามในหนังสือยินยอมเพียงฝ่ายเดียวพร้อมแสดงหนังสือยืนยันอำนาจในการปกครองบุตร (เอกสาร ป.ค. 14)

 


สำหรับพระภิกษุสงฆ์ เอกสารประกอบการยื่นคำร้องได้แก่

– หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน
– สำเนาบัตรประชาชน
– สำเนาทะเบียนบ้าน
– หนังสือสุทธิ
– หนังสืออนุมัติจากศูนย์ควบคุมการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร (ศตภ.)
– สำเนาใบตราตั้งฐานานุกรม ในกรณีที่พระภิกษุการเปลี่ยนแปลงสมณศักดิ์
– เอกสารประกอบ อาทิ ใบตราตั้งสัญญาบัตร ใบเปรียบธรรม ใบตราตั้งเจ้าอาวาส ใบตราตั้งเจ้าคณะตำบล ใบฐานานุกรม (ชั้นพิเศษ)

กรณี สามเณรอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ จะต้องมีหนังสือรับรองความประพฤติจากเจ้าอาวาส ซึ่งระบุข้อความว่า ยินยอมให้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศมาแสดงด้วย

ปิดโหมดสีเทา